วันๆ ของยายหน่อยตอนนี้ก็อยู่กับบ้าน เฝ้าหลาน ฟังวิทยุบ้าง ดูทีวีบ้าง และที่ติดงอมแงมเลยก็คือยูทูบ ยิ่งพวกหมอดูที่เขาทำนายดวงตามวันเกิดหรือราศี ยายดูประจำ เพราะรู้สึกเหมือนได้มีเพื่อนคุย คนวัยนี้มันเหงา ลูกหลานเขาก็มีหน้าที่ของเขา เราก็อยู่เงียบๆ กับบ้าน ฟังเสียงธรรมะบ้าง เสียงหมอดูบ้าง มันก็เพลินดี
ไม่นานมานี้ ยายหน่อยเริ่มปวดเข่าหนัก เดินก็ฝืดๆ ลงน้ำหนักไม่ได้ จะขึ้นรถก็ต้องเอามือเกาะประตูแน่นๆ กลัวเข่าทรุด ยิ่งตื่นเช้ามาก็เหมือนร่างกายมันต้านแรงโน้มถ่วงไม่ไหว เจ็บตามข้อ ตามกระดูก รู้เลยว่าร่างกายมันไม่เหมือนแต่ก่อน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่ แต่พอมันปวดทุกวัน นั่งนานก็ปวด เดินนานก็ล้า เริ่มกังวลว่าเราจะเป็นอะไรหรือเปล่า
ยายหน่อยเลยลอง ดูดวง กับหมอดูออนไลน์คนหนึ่ง หมอดูเขาทักว่า "ช่วงนี้ดวงสุขภาพของยายมีดาวเจ้าเรือนโรคเข้ามาแรงนะ ต้องระวังเรื่องกระดูก ข้อต่อ และเลือดลม" ฟังแล้วขนลุกเลย เพราะตรงกับอาการเป๊ะ แกยังบอกอีกว่า "ถึงจะยังไม่มีโรคร้ายแรง แต่ถ้ายังปล่อยไว้ ไม่ไปตรวจร่างกาย อนาคตอาจจะต้องผ่าตัดเข่า หรือต้องใช้รถเข็น" ยายได้ยินแบบนั้น รีบตัดสินใจไปหาหมอทันที ทั้งๆ ที่ลังเลมานานเพราะกลัวค่าใช้จ่าย
ไปถึงโรงพยาบาลรัฐบาล คนเยอะมาก ต้องนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ ตรวจสุขภาพพื้นฐาน หมอบอกว่าไม่มีโรคอะไรร้ายแรง แต่แนะนำให้ไปตรวจประจำทุกปี จะได้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติแต่เนิ่นๆ ยายหน่อยเลยรู้สึกว่า คำทำนายของหมอดูมันช่วยเตือนใจเราดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้เราไม่ชะล่าใจ เพราะถ้ารอให้ป่วยหนัก แล้วค่อยไปหาหมอ บางทีมันอาจจะสายเกินไป
แต่พูดก็พูดเถอะ ไปโรงพยาบาลแต่ละที มันก็ไม่ได้ถูกๆ ค่ารถ ค่าข้าว ค่าเสียเวลาทั้งวัน ไหนจะค่าตรวจแล็บ ค่ายาที่บางทีก็ไม่ได้เบิกได้หมด ยายไม่ได้มีเงินเดือน ไม่ได้มีรายได้อะไรนอกจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กับเงินที่ลูกหลานให้บ้างเป็นครั้งคราว บางเดือนก็ต้องเลือกระหว่างไปหาหมอ กับซื้อของใช้ในบ้าน ถ้าไม่มีเงินช่วยจากลูกนะ ยายก็คงนอนปวดเข่าอยู่บ้านแบบนั้น ไม่ได้ไปตรวจอะไรเลย
พูดถึงคนรวย ยายหน่อยไม่เคยอิจฉาเขาหรอก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า เขานี่โชคดีเนอะ จะไปตรวจสุขภาพที่ไหนก็ได้ มีเงินจ้างหมอดูแพงๆ ตรวจสุขภาพแบบละเอียดทุกเดือนก็ยังได้ แต่พวกเราคนแก่บ้านๆ อย่างยาย ต้องพึ่งดวง พึ่งบุญ พึ่งความหวังว่าจะไม่เป็นอะไรหนักๆ ที่ต้องใช้เงินรักษา ยายไม่ได้อาฆาตคนมีเงินนะ แต่อยากให้เขาเห็นใจคนไม่มีบ้าง บางทีการช่วยคนแก่ให้ได้ตรวจสุขภาพฟรี มันก็สำคัญไม่แพ้การแจกเงิน
คนรุ่นเดียวกับยาย ส่วนมากก็คิดคล้ายกัน คือถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ ก็ไม่อยากไปโรงพยาบาล กลัวเสียเงิน กลัวความวุ่นวาย หลายคนพอเริ่มแก่ ก็เหมือนหมดไฟ ไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ยายหน่อยไม่อยากเป็นแบบนั้น ยายยังอยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยสอนหลานทำกับข้าว หัดเย็บผ้า หรือปลูกผักไว้กินเองในบ้าน ถึงจะไม่ได้ทำเงิน แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่
พูดถึงเรื่องเงิน ยายหน่อยยังมีใจอยากหาเงินอยู่นะ ถึงจะอายุ 60 แล้วก็ตาม อยากมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องรอแค่เบี้ยหลวงทุกเดือน มีช่วงหนึ่งยายเคยคิดจะหัดขายของออนไลน์ แต่ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ใช้โทรศัพท์ก็ไม่คล่อง กลัวโดนหลอกด้วย ยิ่งมีข่าวคนแก่โดนหลอกให้โอนเงิน ยายเลยถอยดีกว่า แต่ถ้ามีคนมาสอนแบบใจเย็นๆ ยายก็พร้อมจะเรียนเลยนะ เพราะอย่างน้อยถ้าขายอะไรได้เดือนละ 500-600 ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
สุดท้ายแล้ว คำแนะนำของหมอดูที่ว่าให้ตรวจสุขภาพประจำปี กลายเป็นสิ่งที่ยายเชื่อว่า "ใช่" แม้จะไม่มีโรคร้ายแรงในตอนนี้ แต่การรู้ว่าร่างกายเราเป็นยังไง มันก็ทำให้วางแผนชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ต้องมาเสี่ยงในวันที่เงินไม่มีและโรคมาเยือน ยายเชื่อว่าโชคชะตามันเขียนมาแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งเราต้องเขียนมันเองด้วยการเลือกดูแลตัวเอง แม้จะไม่มีเงินเยอะ ไม่มีลูกหลานร่ำรวย แต่ถ้าเรามีสติ และรู้ทันร่างกายเรา มันก็เท่ากับว่าเราชนะชีวิตในแบบของเราแล้ว
แม้กระทั่งในวันที่เข่าเจ็บ เดินลำบาก แต่ยายหน่อยยังมีแรงใจลุกขึ้นมาสวดมนต์ ทำบุญ และหากำลังใจจากการดูดวง เพราะมันทำให้หัวใจของคนแก่คนหนึ่งยังเต้นอยู่ด้วยความหวัง ว่าแม้ชีวิตจะไม่ได้ดีพร้อมเหมือนใคร แต่เราก็ยังเดินต่อไปได้ด้วยศักดิ์ศรีของคนที่ไม่ยอมแพ้.
คนรวยอาจมีเงินรักษาตัว แต่คนจนมีหัวใจที่อดทนรักษาชีวิตได้เช่นกัน
ไม่นานมานี้ ยายหน่อยเริ่มปวดเข่าหนัก เดินก็ฝืดๆ ลงน้ำหนักไม่ได้ จะขึ้นรถก็ต้องเอามือเกาะประตูแน่นๆ กลัวเข่าทรุด ยิ่งตื่นเช้ามาก็เหมือนร่างกายมันต้านแรงโน้มถ่วงไม่ไหว เจ็บตามข้อ ตามกระดูก รู้เลยว่าร่างกายมันไม่เหมือนแต่ก่อน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่ แต่พอมันปวดทุกวัน นั่งนานก็ปวด เดินนานก็ล้า เริ่มกังวลว่าเราจะเป็นอะไรหรือเปล่า
ยายหน่อยเลยลอง ดูดวง กับหมอดูออนไลน์คนหนึ่ง หมอดูเขาทักว่า "ช่วงนี้ดวงสุขภาพของยายมีดาวเจ้าเรือนโรคเข้ามาแรงนะ ต้องระวังเรื่องกระดูก ข้อต่อ และเลือดลม" ฟังแล้วขนลุกเลย เพราะตรงกับอาการเป๊ะ แกยังบอกอีกว่า "ถึงจะยังไม่มีโรคร้ายแรง แต่ถ้ายังปล่อยไว้ ไม่ไปตรวจร่างกาย อนาคตอาจจะต้องผ่าตัดเข่า หรือต้องใช้รถเข็น" ยายได้ยินแบบนั้น รีบตัดสินใจไปหาหมอทันที ทั้งๆ ที่ลังเลมานานเพราะกลัวค่าใช้จ่าย
ไปถึงโรงพยาบาลรัฐบาล คนเยอะมาก ต้องนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ ตรวจสุขภาพพื้นฐาน หมอบอกว่าไม่มีโรคอะไรร้ายแรง แต่แนะนำให้ไปตรวจประจำทุกปี จะได้รู้ว่ามีอะไรผิดปกติแต่เนิ่นๆ ยายหน่อยเลยรู้สึกว่า คำทำนายของหมอดูมันช่วยเตือนใจเราดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ทำให้เราไม่ชะล่าใจ เพราะถ้ารอให้ป่วยหนัก แล้วค่อยไปหาหมอ บางทีมันอาจจะสายเกินไป
แต่พูดก็พูดเถอะ ไปโรงพยาบาลแต่ละที มันก็ไม่ได้ถูกๆ ค่ารถ ค่าข้าว ค่าเสียเวลาทั้งวัน ไหนจะค่าตรวจแล็บ ค่ายาที่บางทีก็ไม่ได้เบิกได้หมด ยายไม่ได้มีเงินเดือน ไม่ได้มีรายได้อะไรนอกจากเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ กับเงินที่ลูกหลานให้บ้างเป็นครั้งคราว บางเดือนก็ต้องเลือกระหว่างไปหาหมอ กับซื้อของใช้ในบ้าน ถ้าไม่มีเงินช่วยจากลูกนะ ยายก็คงนอนปวดเข่าอยู่บ้านแบบนั้น ไม่ได้ไปตรวจอะไรเลย
พูดถึงคนรวย ยายหน่อยไม่เคยอิจฉาเขาหรอก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า เขานี่โชคดีเนอะ จะไปตรวจสุขภาพที่ไหนก็ได้ มีเงินจ้างหมอดูแพงๆ ตรวจสุขภาพแบบละเอียดทุกเดือนก็ยังได้ แต่พวกเราคนแก่บ้านๆ อย่างยาย ต้องพึ่งดวง พึ่งบุญ พึ่งความหวังว่าจะไม่เป็นอะไรหนักๆ ที่ต้องใช้เงินรักษา ยายไม่ได้อาฆาตคนมีเงินนะ แต่อยากให้เขาเห็นใจคนไม่มีบ้าง บางทีการช่วยคนแก่ให้ได้ตรวจสุขภาพฟรี มันก็สำคัญไม่แพ้การแจกเงิน
คนรุ่นเดียวกับยาย ส่วนมากก็คิดคล้ายกัน คือถ้าไม่ป่วยหนักจริงๆ ก็ไม่อยากไปโรงพยาบาล กลัวเสียเงิน กลัวความวุ่นวาย หลายคนพอเริ่มแก่ ก็เหมือนหมดไฟ ไม่อยากจะทำอะไรแล้ว ยายหน่อยไม่อยากเป็นแบบนั้น ยายยังอยากทำอะไรให้เป็นประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยสอนหลานทำกับข้าว หัดเย็บผ้า หรือปลูกผักไว้กินเองในบ้าน ถึงจะไม่ได้ทำเงิน แต่ก็รู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่
พูดถึงเรื่องเงิน ยายหน่อยยังมีใจอยากหาเงินอยู่นะ ถึงจะอายุ 60 แล้วก็ตาม อยากมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ไม่ต้องรอแค่เบี้ยหลวงทุกเดือน มีช่วงหนึ่งยายเคยคิดจะหัดขายของออนไลน์ แต่ดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ใช้โทรศัพท์ก็ไม่คล่อง กลัวโดนหลอกด้วย ยิ่งมีข่าวคนแก่โดนหลอกให้โอนเงิน ยายเลยถอยดีกว่า แต่ถ้ามีคนมาสอนแบบใจเย็นๆ ยายก็พร้อมจะเรียนเลยนะ เพราะอย่างน้อยถ้าขายอะไรได้เดือนละ 500-600 ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
สุดท้ายแล้ว คำแนะนำของหมอดูที่ว่าให้ตรวจสุขภาพประจำปี กลายเป็นสิ่งที่ยายเชื่อว่า "ใช่" แม้จะไม่มีโรคร้ายแรงในตอนนี้ แต่การรู้ว่าร่างกายเราเป็นยังไง มันก็ทำให้วางแผนชีวิตได้ดีขึ้น ไม่ต้องมาเสี่ยงในวันที่เงินไม่มีและโรคมาเยือน ยายเชื่อว่าโชคชะตามันเขียนมาแค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งหนึ่งเราต้องเขียนมันเองด้วยการเลือกดูแลตัวเอง แม้จะไม่มีเงินเยอะ ไม่มีลูกหลานร่ำรวย แต่ถ้าเรามีสติ และรู้ทันร่างกายเรา มันก็เท่ากับว่าเราชนะชีวิตในแบบของเราแล้ว
แม้กระทั่งในวันที่เข่าเจ็บ เดินลำบาก แต่ยายหน่อยยังมีแรงใจลุกขึ้นมาสวดมนต์ ทำบุญ และหากำลังใจจากการดูดวง เพราะมันทำให้หัวใจของคนแก่คนหนึ่งยังเต้นอยู่ด้วยความหวัง ว่าแม้ชีวิตจะไม่ได้ดีพร้อมเหมือนใคร แต่เราก็ยังเดินต่อไปได้ด้วยศักดิ์ศรีของคนที่ไม่ยอมแพ้.
คนรวยอาจมีเงินรักษาตัว แต่คนจนมีหัวใจที่อดทนรักษาชีวิตได้เช่นกัน
